เรื่องราวเกี่ยวกับอาหาร

สัมผัสวัฒนธรรมเกาหลีผ่านอาหารหลายหลากรูปแบบ


สำรวจรสชาติที่แท้จริงของเกาหลี

ในประเทศเกาหลี ไม่มีคำว่าที่สิ้นสุดในสิ่งที่ผู้คนสามารถมองเห็นและสัมผัสประสบการณ์ได้ แต่ว่าการลองทานอาหารเกาหลีนั้นจะอยู่ในรายการที่ต้องทำมากที่สุดลำดับต้นๆที่ไม่สามารถทนรอให้ขีดฆ่าไปได้! องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีได้เลือก อาหารที่ดีที่สุด 14 อย่างต่อไปนี้ที่ได้รับการประเมินว่าเป็นเมนูที่ “ต้องลองกิน” เมื่ออยู่ในเกาหลี ดังนั้น ไปสำรวจอาหารที่เป็นที่สุด 14 เมนูนี้ที่แน่ใจว่าจะสร้างความประทับใจในรสชาติที่แท้จริงของเกาหลีกัน!

บิบิมบับ: ข้าวที่มีรสชาติของสารอาหารที่ล้นเหลือ   

บิบิมบับ หรือข้าวสวยผสมกับผัก, เนื้อวัวผัดและทวีกัก (สาหร่ายทะเลแห้งหรือผักทอดในน้ำมัน) เป็นหนึ่งในความเป็นเกาหลีที่ชัดเจน มีความเชื่อทั่วไปเกี่ยวกับต้นกำเนิดของบิบิมบับอยู่ 3 อย่าง ทฤษฎีที่หนึ่งคือ เกิดจากการผสมของ บับ (ข้าว) กับอาหารอื่น ๆ ที่ใช้ในพระราชพิธีไหว้บรรพบุรุษ อึมบก ทฤษฎีอื่นบอกว่า บิบิมบับ มาจากการผสมของเหลือเข้าด้วยกันเป็นอาหารว่างยามเที่ยงคืนในวันส่งท้ายปีใหม่ทางจันทรคติ และทฤษฎีสุดท้ายคือการที่เกษตรกรที่ออกไปทำงานในทุ่งนาจะนำมาอาหารส่วนหนึ่งมาผสมเข้าด้วยกันเพื่อให้ได้มื้ออาหารและแบ่งออกเท่า ๆ กัน

ซัมกเย-ทัง: สร้างความกระปรี้กระเปร่าให้ตัวเองในช่วงฤดูร้อนที่ร้อนระอุ 

ซัมกเย-ทังจะทำโดยการเคี่ยวไก่สาวทั้งตัว ยัดด้วยโสม รากของ hedysarum, พุทรา กระเทียมและข้าวหวาน ถือว่าเป็นมื้อที่ให้พลังงานอย่างดีที่สุดที่จะกินในวันที่อากาศร้อน ทั้งยังเป็นอาหารเกาหลีคลาสสิกที่ได้กลายมาเป็นที่นิยมในหมู่นักทานทุกเชื้อชาติ นักประพันธ์ชาวญี่ปุ่น Murakami Ryu และผู้กำกับภาพยนตร์จีน จางอี้โหมวก็ยกย่องมื้ออาหารนี้อย่างมากมาย ร้านอาหารหลายแห่งมีการเพิ่ม ซัมกเย-ทังลงไปในเมนูของพวกเขาในช่วงฤดูร้อนซึ่งเป็นตัวอย่างความนิยมของมัน

บุลโกกิ: อาหารหวานในวันพิเศษ 

บุลโกกิจะถูกจัดเตรียมโดยการหมักชิ้นเนื้อบาง ๆ ในซอสถั่วเหลืองหวานก่อนที่จะนำไปย่าง บุลโกกิเป็นอาหารชั้นสูงที่จะถูกเสิร์ฟในราชสำนักและบ้านของยังบัน (คนชั้นสูง) เท่านั้นในอดีต บุลโกกิ มาจากเมนูที่เรียกว่า แม็กจ็อก โดยที่ แม็ก เป็นชื่อของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน และยังมีการอ้างอิงถึงโคคูรยอ ซึ่งเป็นหนึ่งในอาณาจักรที่เก่าแก่ที่สุดของเกาหลี แม็กจ็อก ทำด้วยเนื้อย่างเสียบไม้ และเป็นไปตามยุคสมัย บุลโกกิจะถูกนำเสนอในรูปแบบการย่าง ซึ่งทำให้การเสียบไม้นั้นล้าสมัยไป

แนงเมียน: ซุปก๋วยเตี๋ยวที่เย็นและสดชื่น

แนงเมียน, บะหมี่โซบะเย็นที่ถือว่าเป็นอาหารในช่วงฤดูร้อน แต่นั่นก็ไม่เสมอไป มันเคยถูกนำมาทานบนพื้นอนดลที่อุ่นๆอย่างเพลิดเพลิน(ระบบทำความร้อนใต้ดิน) ในช่วงฤดูหนาวที่อุณหภูมิแช่แข็ง น้ำซุปถูกทำขึ้นมาด้วยน้ำเกลือของดงชีมี (กิมจิน้ำหัวไชเท้า) ที่อุ้มเอามาจากไหขนาดใหญ่ที่ถูกฝังครึ่งอยู่ในพื้นดินในช่วงฤดูหนาว แม้ว่าต้นกำเนิดของมันยังคงไม่ชัดเจน แต่ด้วยพื้นฐานของความจริงที่ว่าโซบะเป็นที่รู้จักโดยจักรวรรดิมองโกลในช่วงราชวงศ์โครยอ มันจึงเป็นทฤษฎีที่ว่าชาวเกาหลีเริ่มรับประทานครั้งแรกในช่วงเวลานั้น

กิมจิ: ประเพณีหมักกว่า 1,500 ปี 

กิมจิเป็นอาหารหมักดองที่ทำด้วยผักและความหลากหลายของส่วนผสม ในช่วงที่วิธีการเก็บรักษายังไม่ได้มีการพัฒนา กิมจิได้เป็นแหล่งสำคัญของวิตามินในฤดูหนาวเมื่อผักสดนั้นไม่สามารถหากินได้ กิมจิมีมากกว่าสามร้อยอย่าง แต่เมื่อครั้งที่มันถูกหมักเป็นครั้งแรกในยุคสามก๊กนั้น (ค.ศ. 57-668) เป็นสูตรที่ง่ายมาก โดยการใช้เกลือและเก็บกะหล่ำปลีนาปาในภาชนะเซรามิกสำหรับการหมักดอง จากอะไรเดิมๆที่เป็นการดองเค็มแบบง่าย ตอนนี้ได้กลายมาเป็นอาหารจานที่ซับซ้อนที่ต้องปรุงรสและสารพัดที่มีความแตกต่างกันไปตามสภาพภูมิอากาศ สภาพทางภูมิศาสตร์ วัตถุดิบในท้องถิ่น วิธีการเตรียม และการเก็บรักษา

ซุนดูบู-จีแก: แหล่งที่ดีที่สุดของโปรตีน

ซุนดูบูนั้นเริ่มจากการทำในลักษณะเดียวกันกับการทำเต้าหู้แบบธรรมดา ลำดับแรก ให้ต้มถั่วเหลืองที่สับเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วทำให้จับตัวกันโดยการเพิ่มน้ำเกลือ อย่างไรก็ตาม ซุนดูบูนั้นจำม่มีขั้นตอนของการบีบน้ำและการกดเต้าหู้ถั่วให้เป็นก้อน ทำให้มันง่ายต่อการย่อย มีเนื้อเนียนและบางเบา ในหมู่บ้านโชดัง ซุนดูบูในคังนึง จังหวัดคังวอน-โดนั้นมีชื่อเสียงในด้านซุนดูบู น้ำสะอาดจากทะเลตะวันออกจะถูกนำมาใช้เป็นน้ำเกลือที่จะทำให้เต้าหู้หนา มันเริ่มต้นขึ้นเมื่อ โชดัง ฮอย็อบ ผู้พิพากษาในคังนึง ในช่วงกลางของราชวงศ์โชซอน ทำเต้าหู้จากน้ำทะเลที่มาจากน้ำพุที่หน้าบ้านของเขาแทนน้ำเกลือ ชื่อของโชดังจึงถูกนำมาใช้จากนามปากกาของฮอย็อบ

มันดู: เมนูที่ย้อนหลังไปถึงสมัยราชวงศ์โครยอ

มันดู คือ เกี๊ยวนึ่ง ทำโดยยัดไส้เนื้อสับและผักลงบนแผ่นขนาดกลม รีดบาง และการปิดผนึกที่ขอบ อาหารเมนูนี้ถูกจัดทำขึ้นครั้งแรกสำหรับพิธีไหว้บรรพบุรุษหรืองานเลี้ยง และนำมาทานอย่างเพลิดเพลินเป็นอาหารจานพิเศษสำหรับวันที่หนาวเย็น หากพูดถึงที่มาของเกี๊ยวเกาหลีแล้วล่ะก็ เพลงพื้นบ้านอันโด่งดังที่มีชื่อว่า “ซังฮวาจอม” (ร้านเกี๊ยว) จากราชวงศ์โครยอจะเป็นที่กล่าวถึงอยู่บ่อยครั้ง บทเพลงได้อธิบายถึงการที่กลุ่มของชาวอุยกูร์ได้มาถึง และกล่าวว่าผู้คนในช่วงนั้นมีความสุขกับอาหารเมนูนี้มากขนาดไหน บางคนพูดถึงเพลงและกล่าวติดตลกว่าชาวมองโกลที่มาเปิดร้านเกี๊ยวในปี 1279 นั้นอาจจะเป็นนักลงทุนชาวต่างชาติคนแรกที่ในเกาหลีก็เป็นได้

คัลบี-จิม: เปื่อยและนุ่ม อาหารที่จำเป็นในวันหยุด

คัลบี-จิม(ซี่โครงสั้นตุ๋น) ทำจากการเนื้อวัว ส่วนตัดที่ดีที่สุดและแพงที่สุดของ ดังนั้น คัลบี-จิมมักจะทานกันในโอกาสพิเศษหรือวันหยุดเมื่อสมาชิกในครอบครัวมารวมตัวกัน การปรุงอาหารเกาหลีจะประกอบไปด้วยอาหารประเภทตุ๋นจำนวนมากที่ต้องใช้ทักษะอย่างมากการในทำอาหาร คัลบี-จิมก็เป็นเมนูหนึ่งดังกล่าวที่ได้รับความนิยมในหมู่นักทานอาหารนานาชาติเป็นอย่างดี เวลาทำคัลบี-จิมนั้น ไขมันบนซี่โครงขนาดสั้นจะถูกดึงออกอย่างระมัดระวังก่อนจะนำมาเคี่ยว มีการนำแครอท ถั่ว แปะก๊วย และเม็ดเกาลัดมาใส่เพิ่มเติม และปิดท้ายด้วยพโย-โก (เห็ดหอม) และประดับด้วยไข่ที่นำมาโรยด้านบนเพื่อเสร็จสิ้นกระบวนการเตรียมการ คัลบี-จิมที่เคลือบด้วยซอสถั่วเหลืองนั้น ไม่เพียงแต่มีรสชาติที่หลากหลาย แล้ว แต่ยังน่ากินจนชวนน้ำลายไหลทีเดียว

เชยุก-บกกึม: มีให้ร่วมแบ่งปันมากมายในขณะที่ยังร้อนฉ่า

เชยุก-บกกึม(หมูผัดเผ็ด) เป็นหนึ่งในอาหารที่ขึ้นชื่อที่สุดที่ถูกปรุงด้วยโกชู-จัง มันเป็นอาหารประเภทผัดกับไหล่หมูชิ้นหนาที่หมักในซอสและเครื่องปรุงรสเผ็ด ก่อนปี 1950 นั้นใช้แค่ต้นหอม พริกไทยดำ และซอสถั่วเหลืองเท่านั้น แต่รูปแบบในปัจจุบันที่มีการหมักเชหยุก-บกกึมในซอสและโกชู-จังนั้นเชื่อว่าเกิดขึ้นหลังจากนั้น เนื่องจากเป็นเนื้อตัวเลือกที่แสนอร่อยและราคาไม่แพง เชหยุก-บกกึมจึงเป็นอาหารโปรดปรานของบรรดาคนหนุ่มสาวที่มีงบประมาณที่จำกัด

พาจอน: คู่ที่สมบูรณ์แบบกับมักกอลลีในวันฝนตก 

พาจอน (แพนเค้กต้นหอม) เป็นการผสมแป้งข้าวสาลีและต้นหอมเข้าด้วยกันและทอดบนแผ่นเหล็กที่ตื้น เมนูนี้เข้ากันได้ดีอย่างมหัศจรรย์กับ ดงดงจู แช่เย็น (ไวน์ข้าวลอย) ด้วยเหตุผลบางประการ ทำให้คนเชื่อมโยงฝนกับพาจอน บางคนบอกว่าเป็นเพราะเสียงเม็ดฝนที่ตกลงบนพื้นดิน หรือหน้าต่าง ทำให้ผู้คนนึกถึงเสียงน้ำมันกระเด็นดังฉ่าเวลาที่ทอดพาจอน และทฤษฎีนี้อาจจะไม่ไกลจากความเป็นจริงอย่างที่ท่านคิดไว้ก็เป็นได้ เนื่องจากตามการทดลองที่ดำเนินการในห้องปฏิบัติการวิศวกรรมเสียงนั้น เสียงทั้งสองอย่างมีความถี่และการสั่นสะเทือนที่เกือบจะเหมือนกันเลยทีเดียว


จับแช: จานคลาสสิกในวันเทศกาล 

จับแช (ผัดวุ้นเส้นกับผัก) ทำโดยการต้มวุ้นเส้นแล้วระบายน้ำทิ้ง จากนั้นจึงนำมาผสมกับผัดผักและเนื้อสัตว์ ไม่มีงานเทศกาลของเกาหลีไหนที่จะสมบูรณ์โดยไม่มีจับแช มันเป็นอาหารจานที่หรูหราและสง่างามและที่ถูกนำมาเสิร์ฟอยู่เสมอในงานวันเกิด, งานแต่งงาน และงานเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีในวันคล้ายวันเกิดมาเป็นเวลาช้านาน จับแชถูกทำขึ้นเป็นครั้งแรกในศตวรรษที่ 17 เมื่อกษัตริย์ควังแฮกุน ของราชวงศ์โชซอนเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงในพระราชวัง มันถูกบันทึกไว้ในควังแฮกุน อิลกี (บันทึกประจำวันของกษัตริย์รัชกาลควังแฮกุน) ว่าเป็นหนึ่งในคนโปรดของกษัตริย์ที่ชื่อยี ชุง นั้น มีนิสัยส่วนตัวที่ชอบนำเสนออาหารที่ผิดแผกจากปกติถวายแด่กษัตริย์  กษัตริย์ควังแฮกุนทรงโปรดอาหารเหล่านี้มากจนกระทั่งที่ว่าพระองค์จะไม่เริ่มทานมื้ออาหารจนกว่าอาหารเหล่านั้นจะมาถึง หนึ่งในบรรดาอาหารที่ไม่ซ้ำกันเหล่านั้นก็คือจับแช ซึ่งกษัตริย์ทรงโปรดปรานมากกว่าอาหารอื่นใดทั้งหมด

คิมบับ: อาหารเต็มรูปแบบในม้วนเดียว

คิมบับทำโดยการแผ่ข้าวขาวลงบนแผ่น คิม (สาหร่ายทะเลแห้ง) และทำเป็นชั้นๆด้วยผักโขม หัวไชเท้าดอง แครอท ไข่ และเนื้อวัว จากนั้นจึงทำการม้วนขึ้นเหมือนกับซูชิ ในปี 1960 และ 1970 ที่คิมบับ อาหารที่เรารู้จักในวันนี้ – ถูกม้วนขึ้นในรูปแบบทรงกระบอก – ได้กลายมาเป็นที่นิยม ข้าวม้วนนี้เป็นอาหารกลางวันปิกนิกเริ่มต้นสำหรับฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงนอกสถานที่โรงเรียนเป็นประจำทุกปี ชาวเกาหลีหลายคนยังคงจำการกินชิ้นส่วนหัวและท้ายของคิมบับม้วนในขณะที่คุณแม่ของพวกเขาเตรียมคิมบับให้ ในตอนเช้าของการไปทัศนศึกษานอกโรงเรียนได้เป็นอย่างดี

ต็อกบกกี: อาหารว่างที่เป็นที่นิยมมากที่สุด

แต่เดิมนั้นต็อกบกกีไม่ได้เป็นอาหารจานเผ็ด ในราชสำนักของโชซอน มันถูกจัดทำขึ้นโดยการเคี่ยวเนื้อ, แครอท, หัวหอม, พโย-โก(เห็ดหอม) และส่วนผสมอื่น ๆ ร่วมกับเค้กข้าวในซอสถั่วเหลือง ส่วนผสมที่มีสีสันนั้นทำให้เป็นที่ดึงดูดทางสายตาเช่นเดียวกับทางโภชนาการ เป็นที่เชื่อกันว่าต็อกบกกีที่ปรุงรสด้วยโกชู-จังอย่างเผ็ดปรากฏขึ้นครั้งแรกในปี 1950 และเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในเวลาต่อมาในช่วงปี 1970

ทักคังจอง: ไม่เป็นสองรองใครและเข้ากันได้ดีกับเครื่องดื่มทุกชนิด

ทักคังจองทำโดยการทอดไก่เคลือบด้วยแป้ง ไก่ที่ทอดแล้วจะถูกนำมาคลุกในซอสรสเผ็ดหวาน ๆ ที่ถูกเคี่ยว เมนูที่ขายในศูนย์นักท่องเที่ยวและตลาดปลาซกโช (ตลาดจุงอัง) นั้นมีชื่อเสียงสำหรับการเสิร์ฟแบบเย็น ทักคังจองเป็นที่นิยมทุกคนด้วยรสที่มีความหวานและเผ็ดของมัน และการเก็บรักษาเนื้อที่กรอบและนุ่มของไก่ถึงแม้ว่าจะถูกเสิร์ฟแบบเย็นก็ตาม


#Bibimbab #Samgyetang #Bulgogi #Naengmyeon #Kimji #SundubuJjigae #Mandu #GalbiJjim #JeyukBokkeum #Pajeon #Jabchae #Kimbab #Tteokbokki #Takkangjeong #KoreanFood #Food #Eating #Family #Friend #Couple

Copyrights © Korea Tourism Organization. All rights reserved. 

All content in this website cannot be used, reproduced without written consent from KTO

Some content is made by 3rd party creator, and allowed only to be used in KTO website.

  • White Facebook Icon